สวัสดีครับ พ่อ แม่ พี่ น้อง เพื่อนฝูง และบรรดากิ๊กกั๊กทั้งหลายยยยย
หลังจากที่ห่างหายไปนานมากมาย
ผมก็มีเวลาว่างกลับมาเขียนไดแย้ววว
แต่ต้องเล่ายาวหน่อยนะครับว่าไปทำอะไรมาบ้าง
ก็ตั้งแต่ที่ผมเริ่มต้นทำงานที่บริษัทแรกก็มีงานเยอะมากเลยครับ
ทำให้ไม่ค่อยมีเวลาเท่าไหร่นัก จะเห็นได้ว่าเอ็มก็ไม่ค่อยได้ออนเลยนะครับ
แต่ตอนนี้ผมเปลี่ยนงานแล้ว เพราะมีปัญหากับระบบภายในของบริษัทแรกนิดหน่อย
ก่อนออกมาก็ไปเม้งเจ้านายด้วย (อย่าหาว่าผมแรงนะครับ)
คนอะไรไม่รักษาคำพูด น่า...จริงๆ
เหอๆ ความจริงไม่ควรเอามาพูดเท่าไร แต่ก็คงไม่เป็นไรหรอกเนอะ
ก็แค่ผมไม่ได้เอาเปรียบใครแล้วก็ไม่อยากให้ใครมาเอาเปรียบ
งานนี้เพื่อนพ้องในบริษัทยกนิ้วให้ มึงแน่มาก
เอาเป็นว่าเล่าให้ฟังก็ได้ว่าไปเม้งอาไรไว้
ก็เรื่องของเรื่องตอนผมเข้าไปทำงานแรกๆ เนี่ย เจ้านายผมเค้าตกลงกับผมไว้ว่า
จะเพิ่มเงินเดือนให้ผมในเดือนที่ 6 และ 12 ทีละ 3,000 บาท
แล้วไอ้เดือนที่ผมออกมันเดือนที่ 12 พอดีไงครับ
ประมาณวันที่ 30 กรกฎา ก่อนผมออก 1 วัน ผมก็มีไปพูดขำๆ กับพี่เค้าว่า
พี่ครับจำได้เปล่าว่าเดือนนี้ต้องเพิ่มเงินเดือนให้ผม 3,000บาท
ตอนแรกพี่เค้าก็ผงกหัว แต่แล้วก็เปลี่ยนเป็นสั่นหัวขำๆ มา
แต่ผมไม่ขำด้วยนี่ครับ (...)
พอวันที่ 31กรกฎา วันสุดท้าย ผมได้สลิปเงินเดือนมา
ผมก็เดินไปเลยครับ พี่ครับ ทำไมสลิปเงินเดือนมันออกมาแบบนี้ครับ
พี่เค้าก็มาเลย "เออเราคุยกันไว้แบบนั้น แบบนี้ไม่ใช่เหรอ พอดีมันไม่ได้อยู่ในช่วงปรับเงินเดือนว่ะ"
(ต้องบอกว่าปกติจะปรับเงินเดือนกันเดือนมิถุนา แต่พอดีปีที่แล้วธันวาเค้ามีปรับฐานเงินเดือน ก็เลยซวยไปไม่มีการปรับเงินเดือนปีนี้ เพื่อนๆ ผมในบริษัทก็ซวยไป แต่ความจริงผมว่ามันไม่เกี่ยวกันนะ ปรับฐานเงินเดือนก็ปรับไป ปรับเงินเดือนประจำปีก็ปรับไป ไม่เกี่ยวกันซะหน่อย มั่วครับมั่ว อ้างมั่วๆ)
แต่ก็พูดมาว่า แล้วจะให้พี่ทำไง
ผมก็ตอบกลับไปว่า ก็เป็นเรื่องของพี่แล้วอะครับ เพราะผมคงทำไรไม่ได้
แกก็ตอบประมาณว่า ก็กล้ามาขอ ก็คงต้องให้
แล้วก็พูดอาไรกันต่อไม่รู้ ประมาณว่า เหมือนพูดกันไว้คนละอย่าง
ผมก็เลยตอบว่า ผมก็ไม่รู้แล้วล่ะครับ แต่ก็คงจะบอกน้องๆ ไว้ว่าเวลาจะคุยกะพี่คงต้องทำสัญญาเป็นลายลักษณ์อักษณ์ไว้"
พี่เค้าสีหน้าเปลี่ยน ตอบกลับมา คงไม่ต้องถึงกับแบบนั้นม้างงงง
(ไม่ได้ไงเล่า ไอ้....)
เพราะเค้าเคยทำกับเพื่อนร่วมงานที่เข้ามาใหม่ไงครับ
เช่น คุยกันไว้ว่าเงินเดือน จะให้ 22,000 บาท ก็มีเงินเดือนเข้าบัญชีแค่ 21,000 บาทไรเงี้ยอะครับ
เพื่อนๆ ผมเค้าก็เลยมีเรื่องวุ่นวายกันใหญ่
แย่ๆ ครับคนไม่รักษาสัญญา ศรัทธาที่เคยมีให้ก็ไม่ต้องพูดถึงครับ
เสร็จแล้วผมก็เดินไปแผนกบัญชี บอกว่า
ผมไม่เซ็นรับสลิปเงินเดือนนะ เพราะว่าผมได้เงินเดือนไม่ครบน่ะ
เดี๋ยวคุณ...เค้าคงมาคุยกับคุณเอง
แผนกบัญชีก็มาเลยครับ รีบเดินไปคุยเครียดเลย
น่าเบื่อครับน่าเบี่อ ;(
แต่สุดท้าย ผมเข้าบริษัทไปเมื่อประมาณกลางเดือนหลังจากที่ผมออกมาแล้ว
ก็เดินเข้าไปถามพี่เค้าว่า ตกลงว่าอย่างไงครับเรื่องที่เคยถามไว้
พี่เค้าก็ทำหน้าแหยๆ ว่า "คงไม่ได้ว่ะ"
แล้วก็แกรีบเดินออกจากบริษัทกลับบ้านไปเลย
(ผมคิดว่า แกคงไม่กล้าสู้หน้าผมน่ะ เหอๆ)
หมดครับหมด ศรัทธาที่มี
คำพูดน่ะ อย่ารับปากพล่อยๆ เพราะมันจะไม่ใช่แค่คำพูด แต่มันจะกลายเป็น
"คำสัญญา"
เค้าถึงว่าคับที่อยู่ง่าย คับใจอยู่อยากครับ
ผมก็เลยออกมาทำนู่นทำนี่แบบชิวๆ ไปเรื่อยๆ
ค่อนข้างลำบากอยู่บ้างนะครับ
ก็มันไม่มีเงินเดือนประจำนิ แต่ก็สบายไปอีกแบบ
ตอนนี้ก็มาเป็นล่ามญี่ปุ่นอยู่ครับ
ถามว่าเป็นไง ก็ง่ายดีครับ แปลไปแปลมา
ไปดูงานตรวจงานกับเค้า ช่วยสื่อสารระหว่างคนญี่ปุ่นกับคนไทย
ผมก็ได้บ้างไม่ได้บ้าง แต่ก็ดีที่โชคดีครับ เจอแต่คนใจดี
ไม่รู้อารายก็ถามเอา เค้าก็อธิบายให้ครับ
ว่างๆ ก็นั่งเล่นเนทไปครับ เหอๆ
ถ้าเห็นผมออนไลน์ก็คุยกันได้นะครับผม
ปล. คิดถึงครับคิดถึง (^.^)b